แฟชั่นมินิมอลสไตล์กับการใช้ชีวิตประจำวัน

ปัจจุบันเทรนด์แฟชั่นมีการเกิดขึ้นมาใหม่เรื่อยๆ จนบางทีเราตามแทบจะไม่ทันกันเลยทีเดียว และบางครั้งก็มีการวนกลับไปกลับมาก็มี ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่นในยุคสมัยไหนก็ตาม ถืงแม้ว่าแฟชั่นนั้นๆ จะผ่านไปแล้วจนถึงเวลาหนึ่ง แฟชั่นนั้นๆ ก็จะวนกลับมา จนหลายๆ คนที่ไม่ใช้สายแฟชั่นหรือแต่งตัวอัพเดทตามแฟชั่นตามเทรนด์กันไม่ทัน แต่ถ้าสังเกตดีๆ แล้ว จะมีแฟชั่นอยู่แบบหนึ่งที่ไม่ว่าจะผ่านมานานแค่ไหน ก็ยังมีให้เห็นอยู่เรื่อยๆ ไม่ตกยุคตกเทรนด์ตามแฟชั่นอื่นๆ นั่นก็คือแฟชั่นแบบมินิมอลสไตล์นั่นเองค่ะ

มาเริ่มกันเลยดีกว่ากับความหมายของมินิมอล ถ้าให้พูดกันแบบ ง่ายๆ แฟชั่นมินิมอลก็คือ แฟชั่นที่เน้นความธรรมดา เรียบง่าย ไม่เยอะ ไม่เฟ้อ ดูเป็นธรรมชาติ ทำให้เห็นถึงความเนี๊ยบความดูดี สีที่ใช้ก็จะเป็นสีที่แมทช์ง่าย เช่นสีขาว เทา ดำ น้ำตาล ครีม คัตติ้งเสื้อผ้าไม่ซับซ้อนเน้นเรียบแต่ต้องดูดีนั่นเอง

แฟชั่นมินิมอลเกิดขึ้นมาได้อย่างไร?

แนวคิดมินิมัลลิสม์นั้นมีจุดเริ่มต้นเมื่อนานมาแล้วตั้งแต่ในช่วงต้นทศวรรษที่ 1960 ผ่านกลุ่มศิลปินหลายคน อาทิเช่น คาร์ล อังเดร, แดน ฟลาวิน และโดนัลด์ จัดด์ โดยพวกเขาทั้งหมดไปหยิบเอาแนวคิดการสร้างงานศิลปะในแบบคิวบิสม์ ซึ่งมีความเชื่อว่าความงามสูงสุดเกี่ยวข้องกับการตัดทอนรูปทรงที่มีอยู่ในธรรมชาติให้เหลือเพียงความงามของรูปทรงแบบเรขาคณิต

ช่วงต้นทศวรรษที่ 1990 น่าจะเป็นช่วงเวลาที่แฟชั่นมินิมัลลิสม์ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดก็ว่าได้ หลังจากเกิดวิกฤตเศรษฐกิจขึ้น จึงเกิดกระแสบริโภคแฟชั่นรูปแบบใหม่ ที่เป็นวิธีการแต่งตัวเรียบง่ายในแบบนักธุรกิจ หนุ่มสาวสังคมแสนทันสมัยในยุคนั้นจึงเริ่มมองหาเสื้อผ้าเท่ๆ หน้าตาคลาสสิก เสื้อผ้าแนวมินิมัลลิสม์จึงกลายเป็นคำตอบที่ดีที่สุดที่ตอบโจทย์หนุ่มสาวในยุคนี้

นอกจากแฟชั่นมินิมอลแล้ว คนญี่ปุ่นในยุคหลังๆ เริ่มนำวิถีการดำเนินชีวิตแบบมินิมอลมาปรับใช้ เพราะความไม่แน่นอนในชีวิตที่เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะมาจากภัยพิบัติ และปัญหาเศรษฐกิจต่างๆ ดังนั้นความไม่แน่นอนในชีวิตจึงเป็นเรื่องที่ต้องคำนึงถึงเสมอ การต้องเสียเงินหรือเสียพื้นที่ไปกับการจัดเก็บสิ่งของที่ไม่จำเป็น จึงคงต้องตัดทิ้งไป ทำให้เกิดการใช้ชีวิตและการใช้ทรัพยากรอย่างพอเหมาะที่สุด มาจนถึงแฟชั่นการแต่งตัวที่เรานั้นมักคุ้นเคยกันดีอีกด้วย

ไอเท็มที่บ่งบอกถึงมินิมอลสไตล์

1. โดยปกติแล้วแฟชั่นแบบมินิมอลสไตล์จะเริ่มจากเสื้อยืดเรียบ ๆ ที่ไม่มีลวดลายใด ๆ จะช่วยปรับลุคของคุณให้ดูดี ดูเรียบง่าย สามารถแมทช์กับชิ้นอื่นๆ ได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็น กางเกง หรือ กระโปรงที่มีก็สามารถแมทกันได้หลายแบบ
2. ในเรื่องของสีสันและความสุภาพก็สามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากับหลากหลายโอกาสได้ง่าย ยิ่งถ้าทั้งชุดเป็นสีเดียวกันก็จะทำให้ดูเรียบง่าย น้อยแต่ดูดี โดยปกติแล้วจะใช้โทนสีพื้น เช่น สีขาว ดำ เทา กรม
3. นอกจากนี้เสื้อเชิตก็สามารถปรับใช้กับสไตล์นี้ได้ ก็จะได้ลุคใสๆ และจะให้ความเป็นทางการมากขึ้น เรียกได้ว่าสามารถใส่ไปได้หลายหลายที่หลายสถานการณ์จบได้ในชุดเดียวเลย
4. ในส่วนของรองเท้านั่น รองเท้าผ้าใบมักจะได้รับความนิยมในกระแมทช์กับชุดในสไตล์มินิมอล หรืออาจจะเป็น สนีกเกอร์ที่ใส่ได้ประจำกันอยู่แล้ว ซึ่งลุคนี้ตอบโจทย์มาก เพราะจะได้ใส่รองเท้าที่ใส่ง่าย ใส่เดินสบาย จะเป็นเดินเที่ยว เดินทำงาน หรือจะเดินช็อปปิ้งก็ไม่มีปัญหา
5. กระโปรงที่ใช้กับแฟชั่นมินิมอลสไตล์นั้นจะเป็นกระโปรงที่ใส่เพื่อช่วยพรางหุ่นให้เห็นไม่ชัด ซึ่งตรงกับคอนเซ็ปที่ทำให้ดูน้อยที่สุดตรงคอนเซ็ป Minimal Style
6. ไอเทมยีนส์ หรือเสื้อลายขวาง จะช่วยทำให้ดูเท่ และมีสไตล์ที่เป็นมินิมอลที่ดูเท่ออกไปอีกแบบในแบบของ Minimal Style


การใช้ชีวิตในแบบมินิมอล

ความมินิมอลคือการเน้นความเรียบง่าย ไม่ฟุ้งเฟ้อ แน่นอนว่าหากเราลองยึดหลักการของมินิมอลแล้วละก็ การลดทอนหรือละทิ้งสิ่งที่ไม่จำเป็น ย่อมทำให้เราประหยัดเงินไปกับของที่ไม่จำเป็นได้มากขึ้น และความเรียบง่ายก็ช่วยให้เราจัดการกับสิ่งต่างๆ ได้ง่ายขึ้น เพราะสิ่งที่จำเป็นจริงๆ แล้วอาจจะมีแค่ไม่กี่อย่าง มีน้อยๆ แต่เน้นประโยชน์เน้นการใช้งานเป็นหลัก แต่ในความเป็นจริงแล้วคำว่าสไตล์มินิมอลอาจจะเป็นการเรียกสิ่งเหล่านี้ ไม่ได้บอกซะทีเดียวว่าเราต้องเป็นแบบนี้แบบนั้น การใช้ชีวิตกับมินิมอลสไตล์จึงควรเลือกอยากเหมาะสมไม่จำเป็นจะต้องมินิมอลไปเสียทุกอย่างจนทำให้อะไรบางอย่างหายไป ดังนั้นใช้ชีวิตกับสิ่งที่พอใจดีที่สุดค่ะ